Showing posts with label กัลยาณมิตร. Show all posts
Showing posts with label กัลยาณมิตร. Show all posts

Wednesday, June 23, 2010

กัลยาณมิตร

ความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีนั้น ใช่แต่จะคอยส่งเสริม เชียร์ หรือไม่คัดง้างขัดใจใครเลย
หากเห็นใครพูดผิด คิดผิด แล้วไม่สะกิดบ้าง จะเรียกกัลยาณมิตรไม่ได้

แม้ในพระวินัยนั้น พระพุทธองค์ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
กล่าวคือมีข้อหนึ่ง ที่ภิกษุเห็นภิกษุด้วยกันละเมิดวินัยแล้วไม่กล่าวเตือน
ภิกษุผู้ละเลยนั้นถือว่าต้องอาบัติ พลอยมีมลทินไปด้วย
ต้องปลงอาบัติอีก ทั้งที่ตนไม่ได้มีส่วนสมคบกับภิกษุผู้ละเมิดวินัยแต่อย่างใด

ว่าถึงสังคมฆราวาสผู้ใฝ่ดี ใฝ่ทางธรรมก็เช่นกัน
ในเมื่อตกลงปลงใจร่วมเสวนากันดิบดีอย่างนี้แล้ว
ก็จำเป็นต้องมีธรรมเนียมอัน "รู้กัน" ว่า
สามารถสะกิดเมื่อเห็นฝ่ายใดพูดผิด

ถ้าเตือนได้ก็จะให้ผลดี ไม่เป็นบาป เป็นมลทินกับผู้พูดผิดต่อไป
ไม่ใช่ไปนึกเกรงว่าเกิดสะกิดเตือนผู้ปฏิบัติดี หรือผู้เป็นโพธิสัตว์ใหญ่
หรือแม้กระทั่งหวาดๆอยู่ว่าบางคนจะเป็นอริยะหรือเปล่า
สะกิดนิดสะกิดหน่อยแล้วจะเกิดบาปเกิดกรรมต่อเรา

ถ้าแน่ใจว่าสะกิดด้วยกุศลเจตนา ไม่เพ่งโทษ ไม่คิดวางก้าม ไม่ต้องการอวดภูมิ ไม่เจืออยู่ด้วยโทสะ
นอกจากจะไม่บาปแล้วยังเกิดมหากุศลอีกด้วย
ยิ่งคนที่เราสะกิดเขามีบุญเท่าไหร่ ปฏิบัติได้สูงเพียงไหน
ส่วนสะท้อนของบุญก็จะยิ่งแรงขึ้นเพียงนั้น

ขอให้สังเกตว่าแม้สมัยพุทธกาลเอง พระอรหันต์จำนวนหนึ่งทำผิด
ยังเป็นที่มาให้พระพุทธองค์ตำหนิ และวางกฎ วางวินัยห้ามไม่ให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง

เช่นพระจูฬปันถกะที่สอนภิกษุณีจนล่วงเวลาเย็น
พระพุทธองค์ก็ตรัสตำหนิว่าไม่เหมาะแก่สมณสารูป

หรือที่พระปิณโฑลภารทวาชะแสดงฤทธิ์เหาะไปเอาบาตรเศรษฐีที่แขวนบนยอดไผ่
ในเชิงท้าว่าผู้ใดเป็นพระอรหันต์จงปลดลงมา
ปรากฏว่าพระพุทธองค์ตำหนิเสียไม่มีชิ้นดี

นี่เป็นแง่พิจารณาว่าขนาดพระอรหันต์นั้น
บางทียังทำสิ่งที่เป็นโลกวัชชะ หรือสิ่งที่ชาวโลกอาจติเตียน

เราๆผู้ยังกระเสือกกระสนดิ้นรนหนีแรงดึงดูดของกิเลสไม่พ้น
ก็ย่อมต้องคิดผิด กล่าวผิด หรือเชื่ออะไรผิดๆเป็นผลเสียหายได้เช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการกล่าวตู่พุทธพจน์
หรือการกล่าวตามอัตโนมัติของตน หรือกลุ่มความเชื่อของตน

เพราะฉะนั้นในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องผิดพลั้งบ้าง
ก็จึงไม่ควรหลีกเลี่ยงการถูกติ ถูกกล่าวค้านเป็นบางครั้ง

ทั้งนี้ผู้กล่าวติและผู้ถูกติ ควรดูแบบอย่างพระผู้ใหญ่สมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าเป็นประมุขของอรหันต์
เคยประทานโอกาสให้สงฆ์ติเตียนท่าน
...
เราจึงควรน้อมแบบอย่างอันดีงามนี้ไว้


ที่มา http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/003161.htm